ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา

เคยเจอเหตุการณ์รถชนกับตัวเองไหมครับ?

โพสต์โดย: tum | เมื่อ: 2017-2-19 23:20| เปิดอ่าน: 242| ความคิดเห็น: 1

รถชน

รถชน


ทำงานออฟฟิซธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องขับรถยนต์ไปทำงานเช้า-เย็น แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดคือ เกิดอุบัติเหตุทั้งๆที่ไม่ได้เจตนา มีรถมอเตอร์ไซต์ขับผ่าไฟแดงมาชนรถยนต์ ถ้าคนไม่เคยโดนอาจจะไม่รู้หรอก ก็ภาวนาว่าอย่าให้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น และตั้งสติอันดับแรกคือ โทรเรียกประกันให้มาเคลียร์คู่กรณี หรืออาจมีรถลากในเครือประกัน ไม่งั้นจะโดนสำรองจ่ายค่าลากรถก่อน (เซ็งเลย) แต่ก็เบิกกลับได้ หลังจากนั้นก็รวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่เตรียมไว้ พร้อมใช้กล้องถ่ายรู้ smartphone พยายามถ่ายสถานการณ์รอบข้างไว้ให้มากที่สุด (ในกรณีที่เราคิดว่าไม่ผิด) และก็รอเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินตามขั้นตอนต่อไป

อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในตอนนั้น แต่แก็เป็นประสบการณ์ที่ดีเพื่อทำให้เราประเมินตนเองว่าประมาท หรือถ้าไม่ประมาทก็ยังมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อจากผู้อื่น ส่วนตัวผมเมื่อถึงคราวฉุกเฉิน ณ ตอนนั้นมีสิ่งสำคัญที่สุดที่จะเป็นตัวผ่อนคลายสถานการณ์ได้คือ "ประกันภัย" และมันก็ใช้งานได้จริงๆ ลองดูนะครับ พนักงานเงินเดือนไม่มากแต่ถ้ามีภาระเรื่องรถยนต์แล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ คงตามมาไม่น้อยโดยเฉพาะเรื่องของการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ เพราะถือว่าเป็นยานพหนะเดินทางไปหาเงินเลี้ยงชีพให้กับเราและครอบครัว  อย่างไรก็ตามก็อย่าประมาทในการใช้ชีวิตนะครับ



2

กระทู้

0

เพื่อน

21

เครดิต

  • เพชร: 0 กะรัต
  • เงิน: 18 บาท
  • ทอง: 0 แท่ง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ไม่ว่าเราจะเป็นคนขับ ผู้โดยสารหรือผู้เห็นเหตุการณ์ เราควรปฎิบัติอย่างไร

1.   ถ้าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ควรเข้าช่วยเหลือคนป่วยเจ็บตามสมควร และเราจะต้องแสดงตัวเป็นพลเมืองดี โดยยินดีที่จะเป็นพยานในคดีให้ สมมุติว่าเราเห็นรถคันหนึ่งชนคนแล้วหนี สิ่งที่เราควรช่วยหลือจับกุมคนที่ทำผิดได้ก็คือพยายามจดทะเบียนรถ ชื่อยี่ห้อ สีรถที่ชนไว้ได้แล้วรีบแจ้งให้ตำรวจทราบเพื่อติดตามจับกุมต่อไป มีพลเมืองดีบางท่านถึงกับขับรถตามจับคนขับที่ชนคนแล้วหนีได้ คนประเภทนี้ควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสังคม

2.   ถ้าท่านเป็นคนเจ็บเพราะรถชน ท่านจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 1. สิ่งแรกคือท่านจะต้องขอร้องให้คนอื่น หรือตำรวจนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ก่อน ส่วนเรื่องคดีนั้นเอาไว้พิจารณาภายหลัง แต่ถ้าเจ็บเล็กน้อยพอยอมความได้ก็ยอมเสีย เพื่อมิให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ แต่จะต้องพยายามขอชื่อหรือจำทะเบียนรถคันที่ชนเราไว้ให้ได้ เพราะถ้าหากผู้ขับขี่เบี้ยวเราภายหลังเราจะได้จัดการเรียกค่าเสียหายได้ตาม กฎหมาย มิฉะนั้นแล้วจะไม่รู้ว่าจะไปฟ้องร้องเขาจากใคร ที่ไหน

3.   ถ้าท่านเป็นคนขับ ถ้าท่านเป็นคนขับรถชนกัน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ  อย่าหนีเป็นอันขาด เพราะความผิดฐานขับรถประมาทนั้นไม่ใช่เรื่องเจตนา ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากร โทษก็ไม่มากมายอะไร ควรจะอยู่เพื่อต่อสู้กับความจริง มิฉะนั้นท่านจะต้องหลบหนีนานถึง 15 ปี ถ้าท่านขับรถชนคนตาย แต่ถ้าท่านมอบตัวสู้คดี บางทีท่านก็ไม่มีความผิด หรือมีความผิดศาลก็ปรานีลดโทษให้ ถ้าท่านเป็นคนดีมีน้ำใจ

4.   ถ้ารถท่านมีประกันท่านตัองรีบติดต่อกับบริษัทประกันของท่านทันที เพราะบริษัทประกันเขาจะมีเจ้าหน้าที่มาตามที่เกิดเหตุ พร้อมทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมมูลเพื่อเอาไว้ต่อสู้คดี

5.   ถ้ามีกล้องถ่ายรูปหรือหากล้องถ่ายรูปใกล้ที่เกิดเหตุได้ต้องรีบถ่ายรูปรถ และที่เกิดเหตุไว้ให้พร้อม
เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานการต่อสู้คดีต่อไป และหากมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งหรือมูลนิธิร่วมกตัญญูถ่ายภาพศพหรือ ที่เกิดเหตุไว้ ก็ให้ติดต่อขอภาพที่ถ่ายเก็บไว้ให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่รูปคดีในภายหลัง

6.   ควรช่วยเหลือคนเจ็บหรือค่าทำศพของผู้เสียชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คนขับรถ มักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ของการช่วยเหลือเหล่านี้ ความจริงเมื่อเราขับรถชนคนตาย บาดเจ็บ หรือการขับรถโดยประมาทนั้น เรามีความผิดทั้งทางกฎหมายแพ่ง และอาญา

ทางอาญา  เราอาจจะต้องรับโทษติดคุกติดตะราง
ทางแพ่ง  เราจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับเขาอีก คือติดคุกแล้วยังจะต้องเสียเงินให้กับฝ่ายคนเจ็บ คนตายเขาอีก ทีนี้ถ้าหากเราช่วยเหลือคนเจ็บ หรือใช้ค่าทำศพคนตายแล้ว มีผลดียังไง ตอบได้ว่า มีผลดีมาก ยกตัวอย่างเช่น

เราขับรถชนคนบาดเจ็บไปโรงพยาบาล ต่อมาอัยการฟ้องเราต่อศาล เราก็แถลงต่อศาลว่า เราช่วยเหลือคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนมาก ศาลจะเห็นว่า เราเป็นคนดีมีน้ำใจ ศาลก็อาจจะรออาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ถ้าเราชนแล้วหนี ส่วนมาก ศาลมักจะจำคุกเราเลย เพราะเห็นว่าเราเป็นคนแล้งน้ำใจ

การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มากยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไม่พยายามตกลงใช้ค่าเสียหายให้กับคนเจ็บ ตำรวจเขาจะมีระเบียบไว้ว่า ไม่ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ต้องหา จนกว่า ผู้ต้องหา จะพยายาม ตกลงกับฝ่ายผู้เสียหาย และถ้าหาก เราชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายค่าทำศพให้เขา คดีแพ่งก็ระงับ เพราะถือว่า ยอมความคดีแพ่งกันแล้ว จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเราในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว และถ้าเราถูกฟ้อง คดีอาญาต่อศาล ผู้เสียหาย จะมาแถลงต่อศาลว่า เราได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เขาแล้ว ส่วนมากแล้ว ศาลจะปรานีจำเลย โดยตัดสินให้รออาญาแก่จำเลย เห็นหรือยังว่า การช่วยเหลือคนเจ็บ และการมีน้ำใจนั้นดีอย่างไร

แหล่งที่มา: sanook.com

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวที่จังหวัดสงขลาในวันแรกคึกคัก
เปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวที่จังหวัดสงขลาในวันแรกคึกคัก
โพสต์เมื่อ | 2017-07-24
ร้านยาหน้าสวน (ตรงข้ามลานพระรูป ร.5) สวนสาธารณะหาดใหญ่
ร้านยาหน้าสวน (ตรงข้ามลานพระรูป ร.5) สวนสาธารณะหาดใหญ่
โพสต์เมื่อ | 2017-05-14
ร้าน T-Phone จำหน่ายโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นพร้อมซิมเบอร์สวย
ร้าน T-Phone จำหน่ายโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นพร้อมซิมเบอร์สวย
โพสต์เมื่อ | 2017-05-02
เตรียมปรับปรุงคิวรถตู้ตลาดเกษตรรับการขยายคลองร.1 ตั้งชื่อสถานีคลองภูมินาถดำริ
เตรียมปรับปรุงคิวรถตู้ตลาดเกษตรรับการขยายคลองร.1 ตั้งชื่อสถานีคลองภูมินาถดำริ
โพสต์เมื่อ | 2017-04-28
สงขลา ประชุมเตรียมพร้อมการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวเกาะยอ 17-19 มิ.ย. 60
สงขลา ประชุมเตรียมพร้อมการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวเกาะยอ 17-19 มิ.ย. 60
โพสต์เมื่อ | 2017-04-28
เร่งหาสาเหตุแก้ไขปัญหาปลากะพงตายที่เกาะยอ-พบสภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
เร่งหาสาเหตุแก้ไขปัญหาปลากะพงตายที่เกาะยอ-พบสภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
โพสต์เมื่อ | 2017-04-28
“กรีนเวย์หาดใหญ่” เปิดตลาดเพิ่มอังคาร-อาทิตย์! แถมจัดโปรฯ เติมเงินฟรี 20 บ.ให้ลูกค้าศูนย์อาหาร
“กรีนเวย์หาดใหญ่” เปิดตลาดเพิ่มอังคาร-อาทิตย์! แถมจัดโปรฯ เติมเงินฟรี 20 บ.ให้ลูกค้าศูนย์อาหาร
โพสต์เมื่อ | 2017-04-28